ฝนพรำ
: About pop
เมื่อใดฝนพรำ ตกลงครั้งใด ใจหมองหม่น นั่งมองฝนพรำ
เจ็บยังฝังจำ จำลึกอยู่ เมื่อเราครั้งยังมีกัน มอบความรักให้ไออุ่น
ภาพครานั้นยังไม่จางจากใจฉัน จะกี่วันไม่เคยลืมเลือน
เมื่อวันฝนพรำเราอยู่ด้วยกัน กลางสายฝน เปียกปอนเท่าใดไม่เคยหนาวใจ มีรักอุ่น
แต่วันนี้ไม่มีเธอไม่มีรักเหมือนวันเก่า เพียงแค่เห็นโปรยปรายก็เหน็บหนาว
ได้โปรดฟ้าช่วยห้ามฝนที
ผ่านสักกี่ครั้ง ผ่านกี่คราวฝนพรำ ยิ่งเจ็บชําลึกภายใน เธอ เธออยู่ที่ไหน เธอรู้บ้างไหมว่าใครไม่อาจลืมรักที่เคยมี
แต่วันนี้ไม่มีเธอไม่มีรักเหมือนวันเก่า เพียงแค่เห็นฝนโปรยปรายก็เหน็บหนาว ได้โปรดฟ้า ช่วยห้ามฝนที
ผ่านสักกี่ครั้ง ผ่านกี่คราวฝนพรำ ยิ่งเจ็บชําลึกภายใน เธอ เธออยู่ที่ไหน เธอรู้บ้างไหมว่าใครไม่อาจลืมรักที่เคยมี
........................................................................
ฉันยืนอยู่ใต้ต้นไม้ ท่ามกลางสายฝนพรำ ถนนที่ว่างเปล่า ไร้ผู้คน............... นึกถึงเรื่องราวต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิต นําตาก็ไหลอาบแก้มทั้งสอง........... ถามตัวเอง เราเป็นอะไรกัน ? เราบ้าไปเเล้วหรือ มือขวาถือหนังสือ มือซ้ายกอดเจ้ารีโกลาส ( กล้องริโค่ เคอาร์ 2 เลนส์บราวน์ 28 มม. ) สิ่งที่ฉันรักยิ่งชีวิตไว้ข้างกาย
ในสมองนึกถึงความทรงจำอันว่างเปล่า ? สองปีที่สาบสูญ ที่สูญเสียความรักไป ความทรมาณที่มหิดล และ 1 ปีที่ว่างเปล่าในการเรียนโท ที่ธรรมศาสตร์ ความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า ของความรัก ความฝัน ที่ผ่านมา.......
ไปดูผลการประกวดภาพถ่าย ฝีมือฉันคงไม่เข้าขั้นพอ....... ผิดหวังเล็กๆ ไม่ใช่ที่งานตัวเองไม่ติดอันดับ แต่ผิดหวังมากกว่าที่ว่าตัวเราเองพัฒนาได้แค่นี้หรือ ? เห็นเด็กธรรมศาสตร์เดินผ่าน ผิดหวังที่ฉันออกมาจากที่นี่โดยไม่มีอะไรติดมือออกมา เห็นเด็กมหิดลเดินผ่าน ผิดหวังที่ฉันใจร้อนทิ้งสถานที่อันอบอุ่นนั้นออกมา...... เห็นเด็กราชภัฎธนบุรีเดินผ่านมา คิดถึงบ้านหลังเก่า คิดถึงเพื่อนที่เสียชีวิตไป ทำไมตลอดเวลาที่นายยังคงอยู่ฉันไม่ได้ใช้ช่วงชีวิตกับช่วงเวลานั้นให้เต็มที่ อย่างน้อยๆฉันก็จบออกมาพร้อมกับนายได้.........
วันนี้ขายโปสการ์ดได้น้อยมาก คิดเอง ถ่ายเอง ทำเอง ขายกับเพื่อนวันแรกได้มา 300 กว่าบาท นําตาแทบไหล....... ที่มีคนเห็นคุณค่าของเรา วันที่สองฝนตกหนักมากขายไม่ได้สักใบ...... วันที่สามขายได้ 440 บาท แต่วันนี้ขอยได้ 170 บาท หารสองกับเพื่อนที่มาร่วมด้วย
"ไปหางานทำเป็นหลักแหล่งเหอะพวก" เป็นคำพูดที่เสียดแทงใจมาก ฉันอยากเป็นศิลปิน จะข้างถนน จะนอนกลางทรายก็ยอมทนหากว่าใครสักคนก็ตาม เห็นสิ่งฉันทำแล้วมีความสุข........เข้าความหมายของฉัน
"งานเรามันไม่เทพพอหรอก ศิลปการถ่ายภาพตอนนี้เป็นเชิงพานิชย์ไปหมดแล้ว ถ้าอยากถ่ายเป็นศิลปะบริสุทธิ์งานเราไม่เทพพอ ถ้าไม่เก่งจริงๆได้กินหญ้าแทนข้าวแน่ๆ " เจ็บปวดมากๆ ที่ทำไมต้องออกมาแสวงหาเรื่องเดือดร้อน ฉันมีปริญญาตรีแล้วใบหนึ่ง เพียงพอที่จะงานทำได้ ทำไมต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย ?
พยายามไม่ขอเงินทางบ้านเพื่อพิสูจน์ตัวเองให้ได้ เดินนับเศษตังค์ไปซื้อเปปซี่จากเซเว่น นั่งลงอย่างท้อใจ วันนี้ขายได้ 170 หารสองเหลือ 80 กว่าบาท เพื่อนทำถ้าจะถอยทัพแล้ว..........
แล้วเราจะเอายังไง เดินไปบนทางที่ตัวเองเชื่อมั่น ? สุภาษิตของนักรบชาวสปาร์ต้า กลับมาพร้อมกับโล่ ไม่ก็นอนตายกลับมาบนโล่ !
แต่เวลานี้ฉันคิดถึง ความอบอุ่น ช่วงเวลาแสนหวานจากเธอ......... "เราขอเวลาเป็นตัวของตัวเองนะ เราอยากค้นหาตัวเอง " หลังจากคำพูดคำนี้ ฉันก็หายออกไปจากชีวิตของเธอ เมื่อฉันเดินกลับมาพบว่าทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว........... ฉันผิดที่ทิ้งสิ่งที่มีค่าที่สุดไว้ด้านหลัง แล้วเดินออกไปแสวงหาอะไรบางอย่างที่มีอยู่จริงหรือเปล่าก็ไม่รู้
คงดีแล้วที่เธอไปพบสิ่งที่ดีกว่ามากกว่าคนบ้า ที่ไม่อะไรสักอย่าง อย่างฉัน...........
คนที่ทอดทิ้งทุกอย่างที่ไม่อาจแสวงหาอะไรมาทดแทนได้ พร้อมๆกับวิ่งไล่ล่าความว่างเปล่าอย่างบ้าคลั่ง..........
คงต้องทิ้งไปให้หมดแล้ว ความฝัน แล้วมาอยู่กับความเป็นจริง ตั้งตาเรียนเอาปริญญาตรีใบที่สองที่ราม หางานทำเป็นหลักเป็นแหล่ง.........และชีวิตธรรมดาสามัญ ที่คุณค่าของสิ่งที่ทำคือเงินเดือนในแต่ละเดือน (ฉันเจ็บปวด !!!)
นําตา ไหลออกมาอย่างกลั้นไม่ไหว และไม่อายใคร เมื่อเห็นฝนพรำ ความทรงจำในอดีต..........
ขอโทษทุกๆคนที่เคยคาดหวังอะไรหลายสิ่งหลายอย่างในตัวฉัน.........
แต่ขอบคุณ จูเลียต (นิค่อนเอฟ อี 2) รีโกลาส (ริโค่ เคอาร์ 5 ) ทริปเพโนพี (โอลิมปัส ทริป 35 ) คนอื่นอาจจะมองว่าเจ้าคือกล้องถ่ายรูป(เป็นได้แค่นั้น !!!) แต่สำหรับฉันพวกเจ้ามีชีวิต
ขอบคุณเพื่อนเบนซ์ ที่เชื่อมั่นในตัวฉัน ถึงกับดร๊อป thesis มาเดิมพันกับฉันดู แล้วคงผิดหวังกลับไป....
ขอบคุณสายฝน ความทรงจำ ความเหงา ความเจ็บปวด ที่ทำให้ฉันรู้สึกได้ว่าฉันเป็นใคร..........
edit @ 2007/04/15 00:12:01